เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ มั่นคงปลอดภัย 100% บอล หวย มวย เกมส์ คาสิโน เว็บเดียวมีครบทุกอย่าง

ยกแรกของ 2 ยอดทีม

 

 

อัดกันไม่ยั้ง รัวหมัดกันแหลก ยกแรกของ 2 ยอดทีมในศึกพรีเมียลีกส์ที่มีคิวลงดวลแข้งกันในศึกแชร์ริตี้ชิลล์ ฟุตบอลถ้วยการกุศล ชิมลางก่อนที่จะเปิดฤดูกาลใหม่ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ซิตี้ แชมป์ทุกถ้วยในอังกฤษที่เสริมทัพด้วยโรดรี้ กองกลางเชิงสูงชาวสเปน ปะทะหงส์แดงลิเวอร์พูล รองแชมป์พรีเมียลีกส์ ดีกรีแชมป์ถ้วยใหญ่ที่สุดของยุโรปอย่างยูฟ่าแชมเปียนลีกส์ ถือว่าสมศักดิ์ศรี ถูกที่ถูกเวลา เป็นการดวลกันยกแรกของทั้ง 2 ทีมสร้างมาตรฐานไว้สูงมาก แมนซิตี้ทำไปได้ถึง 98 คะแนนด้วยลีลาการเล่นที่สวยงามแบบฉบับสเปน การส่งบอล การต่อบอล การเคลื่อนที่ดูเนียนตาและมีประสิทธิภาพ แฟนบอลตื่นตาตื่นใจด้วยเกมส์รุกอันสะเด็ดสะเด่าจากฝีมือการบรรเลงเพลงแข้งของเป๊ป กัวดิโอล่าที่ปีนี้ยังอยู่คุมทีมและคิดว่าหงส์แดงลิเวอร์พูลยังคงเป็นคู่แข่งที่ต่อกรด้วยยากที่สุด

 

ส่วนหงส์แดงรองแชมป์ที่ทำไปได้ถึง 97 คะแนนห่างจากแมนซิตี้แค่คะแนนเดียว เป็นทีมรองแชมป์ที่มีคะแนนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ซึ่งหงส์แดงคงไม่อยากได้ตำแหน่งนี้มากนักแต่ก็จำใจด้วยการเล่นที่บู๊ดุดัน ใช้พละกำลังมหาศาล มีการบีบพื้นที่ การเพรสซิ่งและจู่โจมรวดเร็ว นับว่าเป็น 2 ทีมที่ลีลาการเล่นต่างกันสุดขั้วแต่มีประสิทธิภาพมากที่สุดดั่งคำวิจารณ์ของโรบิน ฟานเพอร์ซี่อดีตกองหน้าชื่อดังของอาร์เซน่อลและเเมนยู บอกว่าแมนซิตี้และลิเวอร์พูลคือ 2 ทีมคุณภาพที่น่าจะไปได้ไกลมากๆอีกครั้งในศึกยูฟ่าแชมเปียนลีกส์

 

เกมส์การแข่งขันในศึกแชร์ริตี้ชิลล์ก็เป็นไปอย่างสนุกสนาน แมนซิตี้ครองบอล ครองเกมส์บุกได้เหนือกว่าในครึ่งแรกและได้ประตูนำ 1 ต่อ 0 จากเด็กเก่าของหงส์แดงที่พัฒนาไปไกลมากๆจนติดทีมชาติอังกฤษอย่างราฮีม สเตอลิ่ง เรือใบสีฟ้ามีโอกาสได้ประตูที่ 2 หลายครั้งแต่ทำไม่ได้ ครึ่งหลังหนังคนละม้วนลิเวอร์พูลแก้เกมส์มาดี เจเก้น คล๊อปปรับหมากบุกสู้จนตีเสมอ 1 ต่อ 1 จากโจเอล มาติป กองหลังตัวสำรอง หงส์แดงมีโอกาสจะแซงชนะหลายครั้ง รวมทั้งแมนซิตี้ก็มีโอกาสเช่นกันแต่ทำไม่ได้ ทั้งคู่จบลงด้วยผลเสมอ 1 ต่อ 1 ต้องดวลจุดโทษและก็เป็นแมนซิตี้ที่ซ้อมจุดโทษมาดีทุกคนชนะไป 5 ต่อ 4 คว้าถ้วยแรกในฤดูกาลไปครองแบบสุดมันส์ แต่ทุกอย่างเหมือนพึ่งจะเริ่มต้น

 

1. เป๊ปเอาจริง เขาดูเกรี้ยวกราดและดุดันมากๆ ตามจริงในบางแมทเขาจะดูนิ่งๆ ปรึกษากับมิเกล ออเตต้า เท่านั้นแต่แมทนี้เขาออกมาคุมทีมสั่งการนอกซุ้มม้านั่งสำรองบ่อยครั้งมากๆ จนทำผิดกติการับใบเหลืองจากกรรมการและมีจังหวะปะทะคารมกับนักเตะหงส์แดงหลายครั้ง ดูเหมือนเขาจะตั้งใจและเน้นมากๆในเกมส์นี้ ไม่ค่อยเปลี่ยนตัวสำรองเลยเพราะกลัวเสียระบบเสมือนหนึ่งเป็นแมทชิงชนะเลิศท้ายฤดูกาลรายการใหญ่ๆ ไม่ใช่แมทการกุศลธรรมดาๆ ยังไงซะปีนี้เป๊ปคงหวังที่จะคว้าถ้วยทุกรายการที่ทีมของเขาลงแข่งขันแน่นอน

 

2. ดูเหมือนว่าแมนซิตี้จะขาดหัวใจในแนวรับ คงไม่บ่อยครั้งนักที่แฟนบอลจะเห็นทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลกดหัวบุกเข้าใส่แมนซิตี้แบบบ้าคลั่งโดยเฉพาะการโจมตีด้วยลูกโด่ง ลูกตีเสมอ 1 ต่อ 1 ก็เป็นจังหวะที่เฟอร์จิล ฟานไดจ์กระดกบอลโด่งแบบย้อยๆให้โจเอล มาติป คู่หูในแนวรับที่ขึ้นมาเติมเกมส์รุกโหม่งเข้าไปแบบสบายๆ ซึ่งเราจะไม่ได้เห็นจังหวะแบบนี้บ่อยๆนัก เเมนซิตี้ใช้คู่เซนเตอร์อย่างจอห์น สโตน กองกลังทีมชาติอังกฤษและนิโคลัส โอตาเมนดิ กองกลังทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดลุยศึกโคปาอเมริกา ซึ่งทั้งคู่ก็ไม่ได้โชว์ฟอร์มโดดเด่นซักเท่าไรนัก การขาดกองหลังกัปตันทีมที่ย้ายออกไปอย่างแว็งซ็อง กอมปานี ที่อดีตเขาเคยเป็นนายใหญ่ เคยกระตุ้นทีม คอยสั่งการนักเตะเหมือนฟานไดจ์ของลิเวอร์พูล ในจังหวะที่แมนซิตี้ตันๆในปีที่แล้ว กอมปานีก็เป็นคนเติมมายิงไกลให้ทีมชนะเลสเตอร์ 1 ต่อ 0 เป็นนัดสำคัญที่ทำให้ทีมคว้าแชมป์ เซนเตอร์แบ๊คเก่งๆอีกคนคือ อายเมอริค ลาปอร์ต ที่ไม่ได้ลงสนาม ถ้ามีเขาในแผงหลัง แมนซิตี้ก็อาจไม่เสียประตูก็เป็นไปได้ การขาดนายใหญ่ในแผงหลังของแมนซิตี้ในฤดูกาลนี้ ก็เป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องพิจารณาเช่นเดียวกัน

 

3. กองกลางลิวเวอร์พูลสู้ไม่ได้ในครึ่งแรก กองกลางแมนซิตี้สไตล์ที่เป๊ปฝึกฝนมา ลีลาคือดีอยู่แล้ว ยิ่งได้เจ้าโรดรี้ กองกลางชาวสเปนคนใหม่มาคุมจังหวะให้ยิ่งเนียนกริบ เนียนตาเข้าไปอีก หงส์แดงสู้ไม่ได้เลยทั้งฟาบินโญ่, จอร์จินิโอ ไวนัลดุมและกัปตันจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ช้ากว่ากองกลางแมนซิตี้มาก ทักษะ ความสามารถเฉพาะตัวต่างๆ นักเตะหงส์แดงในครึ่งแรกดูเฉื่อยชาไปหมด พอครึ่งหลังคล๊อปแก้เกมส์ส่งนาร์บี้ เกต้า มาโฮลบอลตรงกลางแทนฟาบินโญ่ ทำให้หงส์แดงเริ่มสู้ได้มากขึ้น ให้ไวนัลดุมลงมาล้วงบอลต่ำๆ ทำให้หงส์แดงเริ่มต่อเกมได้ รวมถึงการมีอเล็กซ์ อ๊อกเลด แชมเบอเลน โชดาน ชาคิรี่ เรียกว่าสู้กันมันส์หยดเช่นกันในครึ่งหลัง คล๊อปต้องเริ่มมองแล้วว่ากองกลางแมนซิตี้ก้าวไปอีกระดับหนึ่งแล้ว จะมีวิธีการรับมือยังไง

 

4. ลูกตัดสินเกมส์ มีหลายจังหวะที่ลิเวอร์พูลน่าจะได้ประตูแต่ทำไม่ได้ เป็นจังหวะยิงชนเสาของโมฮาเหม็ด ซาล่า, จังหวะของฟานไดจ์ที่บอลชนคานเด้งลงบนเส้นประตูแต่ยังไม่ข้ามเส้นเข้าไป จังหวะวินาทีสุดท้ายของเกมส์ที่โม ซาล่ายิงบอลข้ามตัวคลาดิโอ บราโว่ผู้รักษาประตูสำรองของแมนซิตี้ไปแล้วแต่โดนไคลน์ วอร์คเกอร์ สลับขาเตะสกัดเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด ถ้าจังหวะนี้เป็นประตู หงส์แดงคงคว้าชัยไปครองแล้วแน่นอน

 

ยกแรกของทั้งสองทีมที่เข้มข้นขนาดนี้ ยกต่อไปของทั้งสองทีมจะสุดมันส์ขนาดไหน รอติดตามครับ

 

สนใจ สมัคร แทงบอลออนไลน์
แทงบอล คาสิโนออนไลน์ พนันออนไลน์ ติดต่อเราได้ที่
Call Center 24 ชั่วโมง
ID LINE : @88WARP